วิสัยทัศน์-คุณธรรม-รูปธรรม บริหารคนฝ่าวิกฤตสไตล์ "พ.ญ.นลินี"

By | 19:50 Leave a Comment

วิสัยทัศน์-คุณธรรม-รูปธรรม บริหารคนฝ่าวิกฤตสไตล์ "พ.ญ.นลินี"

สวัสดีครับ นักธุรกิจกิฟฟารีน
วันนี้ผมมีข่าวคราวในวงการขายตรงและกิฟฟารีนมาฝากนะครับ ในเรื่องของกำลังใจและอุปสรรคต่างๆในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเราอยู่ในบริษัทที่มีความมั่นคงแค่ไหนและวิสัยทัศน์ของผู้บริหารเป็นอย่างไร ลองอ่านกันดูครับ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เดือนแรกแห่งปี คงไม่ช้าเกินไปสำหรับการกลับมาทบทวนและคิดแผนตั้งรับวิกฤตต่าง ๆ ในปี 2555 โดยเฉพาะในภาคธุรกิจที่เคยมีประสบการณ์ฝ่าน้ำท่วมเมื่อปลายปี 2554 ด้วยแล้ว บทเรียนและประสบการณ์ที่เกิดขึ้นย่อมทำให้ธุรกิจรู้จักปรับตัวในอีกระดับ และพร้อมจะเปลี่ยนแปลงเพื่อ รับกับวิกฤตหรือความผันผวนต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

"พ.ญ.นลินี ไพบูลย์" ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ผู้บริหารหญิงหน้าหวานที่ยังมีดวงตาของความเข้มแข็งบนใบหน้า เจือด้วยรอยยิ้มพร้อมสู้กับทุกอุปสรรคที่เข้ามาท้าทายธุรกิจขายตรงของเธอ แม้ในวันที่น้ำท่วมโรงงานของ 3 บริษัทในเครือ บนพื้นที่ 25 ไร่ในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร จ.ปทุมธานี จมลึก 2 เมตรกว่า ๆ นานเกือบ 1 เดือน ขณะที่โรงงานในนิคมเดียวกัน 99% น้ำท่วมนานเกิน 2 เดือน และแทบจะไม่สามารถดำเนินการผลิตสินค้าใด ๆ ได้เลยระหว่างน้ำท่วมโรงงาน

"เราเป็นโรงงานสุดท้ายที่น้ำเข้า และก็เป็นโรงงานแรก ๆ ที่น้ำลด เพราะดิฉันก็เตรียมตัวรับน้ำมาตั้งแต่รู้ข่าวน้ำเข้าท่วมนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนครแล้ว ตอนนั้นน้องชาย (น.พ. จักรพงศ์ ไพบูลย์) ยังร้องเพลงล้อดิฉันว่าเป็นกระต่ายตื่นตูมเลย แต่พอสักพักเขาก็เริ่มเห็นด้วย และช่วยกันวางแผนเตรียมการป้องกันโรงงาน เริ่มจากระดมพนักงานและสมาชิกมาช่วยกันกรอกถุงทรายทำกระสอบทราย 4 หมื่นถุง ก่ออิฐบล็อกป้องกันรอบรั้วโรงงาน ทำเหล็กค้ำยัน ย้ายสินค้าจากคลังสินค้าในนิคมนวนครมาอยู่ที่สำนักงานบริษัทกิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ ที่ถนนพระรามที่ 6 พร้อมกับย้ายบรรจุภัณฑ์ไปเก็บที่ชั้น 3 ของตึกหน้าโรงงาน ถอดเครื่องจักร 90% จากชั้น 1 ขึ้นลิฟต์ไปไว้ชั้น 2 เหลือแต่เครื่องจักรใหญ่ 2-3 ตัวที่หนักมาก ย้ายไปไม่ได้จริง ๆ แต่ก็ถอดมอเตอร์และตัวคอนโทรลออกมาก่อน พอน้ำลดสิ่งที่ เสียหายจริง ๆ คือระบบแอร์และชิลเลอร์ แต่เราก็ถอดตัวคอนโทรลและแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ได้ทัน"

เมื่อช่วงเวลาวิกฤตผ่านไป พ.ญ.นลินีกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า โรงงานของเธอสามารถตั้งหลักได้ภายใน 2 สัปดาห์หลังน้ำเข้า ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะธุรกิจของเธอเคยมีประสบการณ์จากน้ำท่วมใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อหลายปีก่อน จากเหตุการณ์น้ำพัดทีมงานของเธอที่กำลังอพยพขึ้นเรือและเกือบเอาชีวิตไม่รอดมาแล้ว ทำให้เมื่อคิดย้ายโรงงานจากลำลูกกามาสร้างโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมนวนครเมื่อ 3 ปีก่อน เธอจึงตั้งใจทำโรงงาน 2 ชั้นและแยกระบบไฟฟ้า แม้จะถูกทักท้วงจากคนรอบข้างว่าจะทำให้ค่าก่อสร้างสูงขึ้นก็ตาม

"จะว่าดิฉันกลัวน้ำก็ได้นะ แต่จากประสบการณ์น้องที่ศูนย์หาดใหญ่เกือบเอาชีวิตไม่รอดครั้งนั้น ทำให้ทุกวันนี้อาคารและศูนย์ของกิฟฟารีนทุกแห่ง รวมทั้งบ้านพักของดิฉันทำประกันวินาศภัยและอุบัติภัยจากน้ำท่วมไว้หมดแล้ว และทำให้เมื่อน้ำท่วมโรงงานนิคม นวนครเราก็ยังสามารถผลิตสินค้าบน ชั้น 2 ได้"

แล้วเป็นที่น่ายินดีว่า ในวิกฤต พนักงานของบริษัทยังมีกำลังใจจะเข้ามาช่วยกอบกู้บริษัท และฝ่าน้ำเข้าไปทำงานในโรงงาน กระทั่งเหตุการณ์เลวร้ายผ่านพ้นไป สิ่งที่บริษัทตอบแทนให้พนักงานทั้งระหว่างน้ำท่วมและหลังน้ำท่วมคือ การสร้างขวัญกำลังใจ และตอบแทนน้ำใจพนักงานที่อยู่สู้กับบริษัท โดยในส่วนของพนักงานที่โรงงานที่มีอยู่กว่า 1,000 คน โดย 875 คนเป็นพนักงานประจำ และอีก 140-150 คน เป็นคนงานจากบริษัทรับเหมาค่าแรง (ซับคอนแทร็กต์)

พ.ญ.นลินียืนยันว่า เธอจ่ายค่าแรงเต็ม 100% ให้กับคนงานทั้ง 2 แบบ และดูแลเต็มที่ไม่มีการคืนแรงงานให้กับซับคอนแทร็กต์ที่ใช้บริการอยู่ 2-3 บริษัท

นอกจากนี้ สำหรับพนักงานฝ่ายช่างและฝ่ายผลิตที่ต้องเข้ามาทำงานระหว่างน้ำท่วม บริษัทได้จ่ายค่าจ้างให้ 2 แรง ทิปเพิ่มอีกคนละ 1,000 บาท และสำหรับคนที่ทำงานเสี่ยงต้องมาเฝ้าโรงงาน 24 ชั่วโมงให้ค่าจ้างเพิ่มอีกวันละ 2,000 บาท จ้างเรือ ขนสินค้าวันละ 10 ลำ และขนพนักงานเข้าไปทำงานในโรงงานอีก 7 ลำ แม้จะซื้อเรือมาใช้เอง 5 ลำ แต่ก็ต้องจ้างเหมาเรือข้างนอกอีกวันละ 5,000-7,000 บาทต่อลำ

แม้ต้นทุนธุรกิจช่วงน้ำท่วมโรงงาน จะเพิ่มขึ้น ประกอบกับผลิตสินค้าออกไปได้เพียง 30% ของกำลังการผลิตทั้งหมด แต่ด้วยความตื่นตูมที่ใคร ๆ กล่าวหานั่นเอง ที่ทำให้กิฟฟารีนมีการ เตรียมการมาก่อนน้ำเข้าโรงงาน ด้วย การสต๊อกสินค้าไว้ก่อนแล้ว 30-40% และทำให้ยอดขายของบริษัทชะลอไปในเดือนพฤศจิกายนเพียงเดือนเดียว

"9 เดือนก่อนหน้านั้น บริษัทมีผลประกอบการดีมาก เราเติบโตระดับ 15-16% มาชะลอจริง ๆ คือเดือนพฤศจิกายนที่ติดลบ 1% และโรงงานรวมทั้งศูนย์ที่ถูกน้ำท่วมและสูญเสีย รายได้ไป เราเคลมประกันได้ไม่น่าจะเกิน 100 ล้านบาท แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรไว้เลย ไม่อย่างนั้นคงสูญเสียมากกว่า 100 ล้านบาท"

ด้วยผลประกอบการที่ดีมาตลอดก่อนหน้านั้น ทำให้ในระหว่างวิกฤตน้ำท่วมบริษัทยังสามารถจ่ายโบนัสให้กับ พนักงานในส่วนโรงงานในอัตราสูงสุด 4 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2554 เร็วขึ้นจากปกติ 1 เดือน โดยเป็นการจ่ายโบนัสตามผลงาน

ส่วนพนักงานที่บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ซึ่งเป็นสำนักงานขายตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ มีพนักงาน 500-600 คน แบ่งจ่ายโบนัสเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มทำงานปกติ และกลุ่มที่ทำงานช่วงภัยพิบัติ รวมถึงพนักงานคลังสินค้า, logistic ที่ต้องย้ายไปพักที่นิคม อุตสาหกรรมอมตะซิตี้ เนื่องจากบริษัทไปเช่าเป็นคลังสินค้าชั่วคราว พนักงาน 2 กลุ่มนี้จะได้รับโบนัสต่างกันคือ กลุ่มทำงานปกติ ที่คุณหมอนลินีบอกว่าเขา ก็ทำงานดีมาตลอด แต่ช่วงน้ำท่วมอาจต้องมีหยุดไปดูแลบ้านและครอบครัว กลุ่มนี้จะได้โบนัสสูงสุด 3-5 เดือน ส่วนกลุ่มที่ทำงานช่วยบริษัทกู้วิกฤตจะ ได้รับโบนัสสูงสุด 4-5 เดือน แต่คนที่ยูนิตี้นี้จะได้รับโบนัสล่วงหน้า 1 เดือน ตั้งแต่พฤศจิกายนเป็นก้อนแรกก่อน เพื่อใช้เป็นทุนซ่อมบ้าน

อย่างไรก็ตาม พ.ญ.นลินียังให้ข้อคิดว่า วิกฤตน้ำท่วมที่ผ่านมาได้ให้บทเรียนกับทุกคนว่า "น้ำทำให้เราสูญเสียบางอย่าง และก็ทำให้เราได้อะไรบ้าง อย่างกลับมา ทำให้เราแกร่งขึ้น เก่งขึ้น เข้มแข็งขึ้น ไม่ประมาท เริ่มรู้จักเก็บเงิน มีเงินออม เมื่อก่อนใช้เงินไปวัน ๆ พอน้ำท่วมไม่มีเงินซ่อมบ้าน แต่วันนี้คนที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมเขาก็ต้องสู้ เขาจะแกร่งขึ้น มีความฉลาดปราดเปรียว มากขึ้น"

ขณะที่ในฐานะผู้นำองค์กร ในยามวิกฤตและยามปกติ ผู้นำที่จะทำให้คนมีขวัญกำลังใจทำงาน และอยากเข้ามาทำงานได้อย่างที่กิฟฟารีน คุณหมอนลินีบอกว่า ผู้นำต้องมี 3 เรื่องคือ วิสัยทัศน์ คุณธรรม และรูปธรรม เพราะวิสัยทัศน์ผู้นำองค์กรจะทำให้บริษัทเติบโต และคงไม่มีใครอยากอยู่ในองค์กรที่ถดถอย ส่วนคุณธรรมจะเป็นตัววัดว่าผู้นำดูแลคนด้วยใจหรือด้วยเงิน และสุดท้าย ทุกอย่างอยู่ที่การกระทำอย่างเป็นรูปธรรมให้คนเห็นและเชื่อมั่น นั่นคือหลักที่ผู้นำจะทำให้ผูกใจและจูงใจให้มีคนอยากทำงานด้วย

เป็นคำแนะนำจากผู้บริหารหญิงที่นำพาองค์กรขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กที่ชื่อ "กิฟฟารีน" ข้ามฝ่าน้ำท่วมมาได้อย่างสง่างาม


*************************************
     Mr.Niran Komolwattana
Web Developer and Webmaster
        www.phu-nam.com
          www.niranja.com
       Mobile :             089-5089339      
          Fax : 02-7407688
*************************************
บทความใหม่กว่า บทความที่เก่ากว่า หน้าแรก

0 ความคิดเห็น: