วิสัยทัศน์-คุณธรรม-รูปธรรม บริหารคนฝ่าวิกฤตสไตล์ "พ.ญ.นลินี"
สวัสดีครับ นักธุรกิจกิฟฟารีน
วันนี้ผมมีข่ าวคราวในวงการขายตรงและกิฟฟารี นมาฝากนะครับ ในเรื่องของกำลังใจและอุปสรรคต่ างๆในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเราอยู่ในบริ ษัทที่มีความมั่นคงแค่ไหนและวิ สัยทัศน์ของผู้บริหารเป็นอย่ างไร ลองอ่านกันดูครับ
------------------------------ ------------------------------ ------------------------------ ------------------------------ --
เดือนแรกแห่งปี คงไม่ช้าเกินไปสำหรับการกลั บมาทบทวนและคิดแผนตั้งรับวิ กฤตต่าง ๆ ในปี 2555 โดยเฉพาะในภาคธุรกิจที่เคยมี ประสบการณ์ฝ่าน้ำท่วมเมื่ อปลายปี 2554 ด้วยแล้ว บทเรียนและประสบการณ์ที่เกิดขึ้ นย่อมทำให้ธุรกิจรู้จักปรับตั วในอีกระดับ และพร้อมจะเปลี่ยนแปลงเพื่อ รับกับวิกฤตหรือความผันผวนต่าง ๆ ได้ดีขึ้น
"พ.ญ.นลินี ไพบูลย์" ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ผู้บริหารหญิงหน้าหวานที่ยังมี ดวงตาของความเข้มแข็งบนใบหน้า เจือด้วยรอยยิ้มพร้อมสู้กับทุ กอุปสรรคที่เข้ามาท้าทายธุรกิ จขายตรงของเธอ แม้ในวันที่น้ำท่วมโรงงานของ 3 บริษัทในเครือ บนพื้นที่ 25 ไร่ในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร จ.ปทุมธานี จมลึก 2 เมตรกว่า ๆ นานเกือบ 1 เดือน ขณะที่โรงงานในนิคมเดียวกัน 99% น้ำท่วมนานเกิน 2 เดือน และแทบจะไม่สามารถดำเนินการผลิ ตสินค้าใด ๆ ได้เลยระหว่างน้ำท่วมโรงงาน
"เราเป็นโรงงานสุดท้ายที่น้ำเข้ า และก็เป็นโรงงานแรก ๆ ที่น้ำลด เพราะดิฉันก็เตรียมตัวรับน้ ำมาตั้งแต่รู้ข่าวน้ำเข้าท่วมนิ คมอุตสาหกรรมสหรัตนนครแล้ว ตอนนั้นน้องชาย (น.พ. จักรพงศ์ ไพบูลย์) ยังร้องเพลงล้อดิฉันว่าเป็ นกระต่ายตื่นตูมเลย แต่พอสักพักเขาก็เริ่มเห็นด้วย และช่วยกันวางแผนเตรียมการป้ องกันโรงงาน เริ่มจากระดมพนักงานและสมาชิ กมาช่วยกันกรอกถุ งทรายทำกระสอบทราย 4 หมื่นถุง ก่ออิฐบล็อกป้องกันรอบรั้ วโรงงาน ทำเหล็กค้ำยัน ย้ายสินค้าจากคลังสินค้าในนิ คมนวนครมาอยู่ที่สำนักงานบริษั ทกิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ ที่ถนนพระรามที่ 6 พร้อมกับย้ายบรรจุภัณฑ์ไปเก็บที ่ชั้น 3 ของตึกหน้าโรงงาน ถอดเครื่องจักร 90% จากชั้น 1 ขึ้นลิฟต์ไปไว้ชั้น 2 เหลือแต่เครื่องจักรใหญ่ 2-3 ตัวที่หนักมาก ย้ายไปไม่ได้จริง ๆ แต่ก็ถอดมอเตอร์และตั วคอนโทรลออกมาก่อน พอน้ำลดสิ่งที่ เสียหายจริง ๆ คือระบบแอร์และชิลเลอร์ แต่เราก็ถอดตั วคอนโทรลและแผงวงจรอิเล็กทรอนิ กส์ได้ทัน"
เมื่อช่วงเวลาวิกฤตผ่านไป พ.ญ.นลินีกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่ า โรงงานของเธอสามารถตั้งหลักได้ ภายใน 2 สัปดาห์หลังน้ำเข้า ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะธุรกิ จของเธอเคยมีประสบการณ์จากน้ำท่ วมใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อหลายปีก่อน จากเหตุการณ์น้ำพัดที มงานของเธอที่กำลังอพยพขึ้นเรื อและเกือบเอาชีวิตไม่รอดมาแล้ว ทำให้เมื่อคิดย้ายโรงงานจากลำลู กกามาสร้างโรงงานในนิคมอุ ตสาหกรรมนวนครเมื่อ 3 ปีก่อน เธอจึงตั้งใจทำโรงงาน 2 ชั้นและแยกระบบไฟฟ้า แม้จะถูกทักท้วงจากคนรอบข้างว่ าจะทำให้ค่าก่อสร้างสูงขึ้นก็ ตาม
"จะว่าดิฉันกลัวน้ำก็ได้นะ แต่จากประสบการณ์น้องที่ศูนย์ หาดใหญ่เกือบเอาชีวิตไม่รอดครั้ งนั้น ทำให้ทุกวันนี้อาคารและศูนย์ ของกิฟฟารีนทุกแห่ง รวมทั้งบ้านพักของดิฉันทำประกั นวินาศภัยและอุบัติภัยจากน้ำท่ วมไว้หมดแล้ว และทำให้เมื่อน้ำท่วมโรงงานนิคม นวนครเราก็ยังสามารถผลิตสินค้ าบน ชั้น 2 ได้"
แล้วเป็นที่น่ายินดีว่า ในวิกฤต พนักงานของบริษัทยังมีกำลั งใจจะเข้ามาช่วยกอบกู้บริษัท และฝ่าน้ำเข้าไปทำงานในโรงงาน กระทั่งเหตุการณ์เลวร้ายผ่านพ้ นไป สิ่งที่บริษัทตอบแทนให้พนั กงานทั้งระหว่างน้ำท่วมและหลั งน้ำท่วมคือ การสร้างขวัญกำลังใจ และตอบแทนน้ำใจพนักงานที่อยู่สู ้กับบริษัท โดยในส่วนของพนักงานที่โรงงานที ่มีอยู่กว่า 1,000 คน โดย 875 คนเป็นพนักงานประจำ และอีก 140-150 คน เป็นคนงานจากบริษัทรับเหมาค่ าแรง (ซับคอนแทร็กต์)
พ.ญ.นลินียืนยันว่า เธอจ่ายค่าแรงเต็ม 100% ให้กับคนงานทั้ง 2 แบบ และดูแลเต็มที่ไม่มีการคื นแรงงานให้กับซับคอนแทร็กต์ที่ ใช้บริการอยู่ 2-3 บริษัท
นอกจากนี้ สำหรับพนักงานฝ่ายช่างและฝ่ ายผลิตที่ต้องเข้ามาทำงานระหว่ างน้ำท่วม บริษัทได้จ่ายค่าจ้างให้ 2 แรง ทิปเพิ่มอีกคนละ 1,000 บาท และสำหรับคนที่ทำงานเสี่ยงต้ องมาเฝ้าโรงงาน 24 ชั่วโมงให้ค่าจ้างเพิ่มอีกวันละ 2,000 บาท จ้างเรือ ขนสินค้าวันละ 10 ลำ และขนพนักงานเข้ าไปทำงานในโรงงานอีก 7 ลำ แม้จะซื้อเรือมาใช้เอง 5 ลำ แต่ก็ต้องจ้างเหมาเรือข้างนอกอี กวันละ 5,000-7,000 บาทต่อลำ
แม้ต้นทุนธุรกิจช่วงน้ำท่ วมโรงงาน จะเพิ่มขึ้น ประกอบกับผลิตสินค้าออกไปได้เพี ยง 30% ของกำลังการผลิตทั้งหมด แต่ด้วยความตื่นตูมที่ใคร ๆ กล่าวหานั่นเอง ที่ทำให้กิฟฟารีนมีการ เตรียมการมาก่อนน้ำเข้าโรงงาน ด้วย การสต๊อกสินค้าไว้ก่อนแล้ว 30-40% และทำให้ยอดขายของบริษั ทชะลอไปในเดือนพฤศจิกายนเพี ยงเดือนเดียว
"9 เดือนก่อนหน้านั้น บริษัทมีผลประกอบการดีมาก เราเติบโตระดับ 15-16% มาชะลอจริง ๆ คือเดือนพฤศจิกายนที่ติดลบ 1% และโรงงานรวมทั้งศูนย์ที่ถูกน้ ำท่วมและสูญเสีย รายได้ไป เราเคลมประกันได้ไม่น่าจะเกิน 100 ล้านบาท แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรไว้ เลย ไม่อย่างนั้นคงสูญเสียมากกว่า 100 ล้านบาท"
ด้วยผลประกอบการที่ดีมาตลอดก่ อนหน้านั้น ทำให้ในระหว่างวิกฤตน้ำท่วมบริ ษัทยังสามารถจ่ายโบนัสให้กับ พนักงานในส่วนโรงงานในอัตราสู งสุด 4 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2554 เร็วขึ้นจากปกติ 1 เดือน โดยเป็นการจ่ายโบนัสตามผลงาน
ส่วนพนักงานที่บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ซึ่งเป็นสำนักงานขายตั้งอยู่ ในกรุงเทพฯ มีพนักงาน 500-600 คน แบ่งจ่ายโบนัสเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มทำงานปกติ และกลุ่มที่ทำงานช่วงภัยพิบัติ รวมถึงพนักงานคลังสินค้า, logistic ที่ต้องย้ายไปพักที่นิคม อุตสาหกรรมอมตะซิตี้ เนื่องจากบริษัทไปเช่าเป็นคลั งสินค้าชั่วคราว พนักงาน 2 กลุ่มนี้จะได้รับโบนัสต่างกันคื อ กลุ่มทำงานปกติ ที่คุณหมอนลินีบอกว่าเขา ก็ทำงานดีมาตลอด แต่ช่วงน้ำท่วมอาจต้องมีหยุ ดไปดูแลบ้านและครอบครัว กลุ่มนี้จะได้โบนัสสูงสุด 3-5 เดือน ส่วนกลุ่มที่ทำงานช่วยบริษัทกู้ วิกฤตจะ ได้รับโบนัสสูงสุด 4-5 เดือน แต่คนที่ยูนิตี้นี้จะได้รับโบนั สล่วงหน้า 1 เดือน ตั้งแต่พฤศจิกายนเป็นก้อนแรกก่ อน เพื่อใช้เป็นทุนซ่อมบ้าน
อย่างไรก็ตาม พ.ญ.นลินียังให้ข้อคิดว่า วิกฤตน้ำท่วมที่ผ่านมาได้ให้ บทเรียนกับทุกคนว่า "น้ำทำให้เราสูญเสียบางอย่าง และก็ทำให้เราได้อะไรบ้าง อย่างกลับมา ทำให้เราแกร่งขึ้น เก่งขึ้น เข้มแข็งขึ้น ไม่ประมาท เริ่มรู้จักเก็บเงิน มีเงินออม เมื่อก่อนใช้เงินไปวัน ๆ พอน้ำท่วมไม่มีเงินซ่อมบ้าน แต่วันนี้คนที่อยู่ในพื้นที่น้ ำท่วมเขาก็ต้องสู้ เขาจะแกร่งขึ้น มีความฉลาดปราดเปรียว มากขึ้น"
ขณะที่ในฐานะผู้นำองค์กร ในยามวิกฤตและยามปกติ ผู้นำที่จะทำให้คนมีขวัญกำลั งใจทำงาน และอยากเข้ามาทำงานได้อย่างที่ กิฟฟารีน คุณหมอนลินีบอกว่า ผู้นำต้องมี 3 เรื่องคือ วิสัยทัศน์ คุณธรรม และรูปธรรม เพราะวิสัยทัศน์ผู้นำองค์ กรจะทำให้บริษัทเติบโต และคงไม่มีใครอยากอยู่ในองค์ กรที่ถดถอย ส่วนคุณธรรมจะเป็นตัววัดว่าผู้ นำดูแลคนด้วยใจหรือด้วยเงิน และสุดท้าย ทุกอย่างอยู่ที่การกระทำอย่ างเป็นรูปธรรมให้คนเห็นและเชื่ อมั่น นั่นคือหลักที่ผู้นำจะทำให้ผู กใจและจูงใจให้มีคนอยากทำงานด้ วย
เป็นคำแนะนำจากผู้บริหารหญิงที่ นำพาองค์กรขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กที ่ชื่อ "กิฟฟารีน" ข้ามฝ่าน้ำท่วมมาได้อย่างสง่ างาม
"พ.ญ.นลินี ไพบูลย์" ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ผู้บริหารหญิงหน้าหวานที่ยังมี
"เราเป็นโรงงานสุดท้ายที่น้ำเข้
เมื่อช่วงเวลาวิกฤตผ่านไป พ.ญ.นลินีกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่
"จะว่าดิฉันกลัวน้ำก็ได้นะ แต่จากประสบการณ์น้องที่ศูนย์
แล้วเป็นที่น่ายินดีว่า ในวิกฤต พนักงานของบริษัทยังมีกำลั
พ.ญ.นลินียืนยันว่า เธอจ่ายค่าแรงเต็ม 100% ให้กับคนงานทั้ง 2 แบบ และดูแลเต็มที่ไม่มีการคื
นอกจากนี้ สำหรับพนักงานฝ่ายช่างและฝ่
แม้ต้นทุนธุรกิจช่วงน้ำท่
"9 เดือนก่อนหน้านั้น บริษัทมีผลประกอบการดีมาก เราเติบโตระดับ 15-16% มาชะลอจริง ๆ คือเดือนพฤศจิกายนที่ติดลบ 1% และโรงงานรวมทั้งศูนย์ที่ถูกน้
ด้วยผลประกอบการที่ดีมาตลอดก่
ส่วนพนักงานที่บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด ซึ่งเป็นสำนักงานขายตั้งอยู่
อย่างไรก็ตาม พ.ญ.นลินียังให้ข้อคิดว่า วิกฤตน้ำท่วมที่ผ่านมาได้ให้
ขณะที่ในฐานะผู้นำองค์กร ในยามวิกฤตและยามปกติ ผู้นำที่จะทำให้คนมีขวัญกำลั
เป็นคำแนะนำจากผู้บริหารหญิงที่
****************************** *******
Mr.Niran Komolwattana
Web Developer and Webmaster
www.phu-nam.com
www.niranja.com
Mobile :
Fax : 02-7407688
****************************** *******
Mr.Niran Komolwattana
Web Developer and Webmaster
www.phu-nam.com
www.niranja.com
Mobile :
Fax : 02-7407688
******************************

0 ความคิดเห็น: