สาระน่ารู้กับ Giffarine Gluta Curcuma CE

By | 21:45 Leave a Comment

สวัสดีครับ นักธุรกิจกิฟฟารีนทุกท่าน

วันนี้ผมมีเรื่องราวดีๆ นำมาเสนอนะครับ นั่นคือเรื่องราวสาระดีๆ และคุณประโยชน์จากสารกลูต้าผสมในน้ำขมิ้น ซึ่งผลิตภัณฑ์ของเราก็คือ Giffarine Gluta curcuma CE ซึ่งกำลังขายดีที่สุดในตอนนี้ มีโฆษณาทางทีวีเป็นที่ชื่นชอบของใครหลายๆคน และส่งผลให้ยอดของทีมงานเราและยอดของบริษัทกิฟฟารีนพุ่งทะยานไปไกล พร้อมแล้ว เชิญอ่านกันได้เลยครับ...

ขมิ้น กลูตาไธโอน และวิตามินซี, อี
--------------------------------------------------------------------------------

ขมิ้น หรือ Turmeric ชื่อขมิ้นในประเทศไทยเรียกตามภาษาท้องถิ่นมีหลายชื่อคือ ขมิ้นแกง (เชียงใหม่) ขมิ้นชัน (กลาง, ใต้) ขมิ้นหยอก, ขมิ้นหัว (เชียงใหม่) ขี้มิ้นและหมิ้น (ตรัง, ใต้) ตายอ (กะเหรี่ยง ก าแพงเพชร) สะยอ (กะเหรี่ยง, แม่ฮ่องสอน)


ประวัติความเป็นมา 
         แหล่งกำเนิดที่แน่นอนของขมิ้นไม่เป็นที่รู้จัก แต่พบมากในเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ส่วนใหญ่มาจาก

ภาคตะวันตกของอินเดีย ขมิ้นเป็นพืชล้มลุกอยู่กลุ่มพืชจำพวกขิง มีเหง้าอยู่ใต้ดิน เนื้อเหง้ามีสีเหลืองอมส้ม หรือสีแสดออกแดง มีกลิ่นหอมและไม่มีเมล็ดพันธุ์ การขยายพันธุ์ใช้การแตกหน่อ โดยจะทำการเลือกจากลูกผสมระหว่างขมิ้นป่า

(Curcuma aromatica) พื้นเมืองอินเดียศรีลังกาและเทือกเขาหิมาลัยตะวันออกและบางสายพันธุ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

         ขมิ้นมีการปลูกในอินเดียมาตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นที่รู้จักในประเทศจีนเมื่อประมาณ 700 ปี, แอฟริกาตะวันออก  

800 ปี และแอฟริกาตะวันตก 1,200 ปี ปัจจุบันมีการปลูกขมิ้นกันอย่างแพร่หลายในแถบประเทศเขตร้อนชื้น

         ขมิ้นมีสรรพคุณทางยามาตั้งแต่อดีต ก่อนคริสศักราช 250 ปี จากบันทึกการใช้ยาในเอเชียใต้, อ้างใน Treatises ภาษาสันสกฤตในทางการแพทย์ และใช้กันอย่างแพร่หลายในยาอายุรเวท และ Unani อายุรเวท Susruta ของเคท ในประเทศอินเดีย มีการบันทึกถึงการนำครีมที่มีขมิ้นเพื่อรักษาอาการของคนถูกที่วางยาพิษ แก้การอักเสบของแผลที่ผิวหนัง และบำรุงผิวพรรรณสำหรับผู้หญิง สำหรับศาสนาฮินดู ในพิธีแต่งงาน เจ้าสาวจะถูขมิ้นตามร่างกายของพวกเขา และกับทารกแรกเกิด โดยลูบบริเวณหน้าผากของพวกเขา เพื่อให้ผิวพรรณดูผ่องใส และแวววาวดูมีราศี ปราศจากสิ่งชั่วร้าย เหมือนในประเพณีไทยที่ผู้ชายที่กำลังบวชเป็นพระ จะใช้ขมิ้นในการขัดผิวในขั้นตอนการบวชนาค และพบว่าคนชนชั้นสูงในประเทศอินเดีย นำชิ้นส่วนของเหง้าของขมิ้น แช่ลงไปในน้ำเพื่อใช้ในอาบน้ำ มีรายงานว่าขมิ้นจะช่วยปรับโทนสีผิว หรือช่วยให้ผิวเนียน สว่างใส ผู้หญิงในแถบเอเชียจึงรู้ถึงสรรพคุณของขมิ้นเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังนิยมนำไปประกอบอาหารเพื่อป้องกันโรคทางเดินอาหาร และเสริมสร้างสุขภาพผิวพรรณ ทั้งยังป้องกันโรคมะเร็ง โดยจะพบว่าคนแถบตะวันออกโดยเฉพาะคนเอเชียจะมีโอกาสเป็นโรคมะเร็งน้อยกว่าคนแถบตะวันตก


คุณประโยชน์ของขมิ้น  
          เหง้าขมิ้นชันประกอบด้วยสารสำคัญประเภทเคอร์คูมินอยด์เป็นสารสีเหลือง ประกอบด้วยเคอร์คูมิน, เดสเมทอกซี เคอร์คูมิน และบิสเดส เมทอกซีเคอร์คูมิน และน้ำมันหอมระเหย มีสีเหลืองอ่อน มีสารสำคัญคือ เทอร์เมอโรน และซิงจีเบอรีน นอกจากนี้ยังมีสารกลุ่มเซสควิเทอร์ปีน และโมโนเทอร์ปีน อื่นๆ

           ขมิ้นชันที่ดีต้องมีปริมาณน้ำมันหอมระเหยจำพวกเคอร์คูมินอยด์คำนวณเป็นเคอร์คูมินไม่น้อยกว่า 5% โดยน้ำหนัก และ 6% โดยปริมาตรต่อน้ำหนัก ตามลำดับตามมาตรฐานของตำรับยาสมนุไพรของประเทศไทย หรือไม่น้อยกว่า 3% และ 4% ตามลำดับ ตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก


ผลการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา 
การศึกษาในสัตว์ทดลองหรือในหลอดทดลองพบว่า สารสกัดหรือสารส าคัญของขมิ้นชันมีฤทธิ์ทางยาที่ส าคัญพอสรุปได้ ดังนี้

     1. ฤทธิ์ลดการอักเสบผัวหนัง 
     2. ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและ antioxidant activity ของสารกลุ่มเคอร์คูมินนอยด์

     3. ฤทธิ์ต้านการก่อกลายพันธุ์และต้านการเกิดมะเร็งจากการได้รับสารก่อมะเร็งที่กระตุ้นให้เกิดมะเร็งในอวัยวะต่างๆ

     4. ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย 
     5. ฤทธิ์ต้านเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคกลาก 


กลูตาไธโอน (Glutathione)
        กลูตาไธโอน (Glutathione) จัดเป็นสารประเภท Tripeptide ซึ่งประกอบด้วย กรดอะมิโน 3 ชนิด คือ Glutamine, Cysteine และ Glycine ที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นเองได้ แต่มีปริมาณน้อยอาจไม่เพียงพอในการนำไปสร้างสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อป้องกันการเสื่อมต่างๆ ของเซลล์ในร่างกาย 

        การรับประทานกลูตาไธโอนสามารถดูดซึมผ่านผนังลำไส้เล็กได้ แต่ส่วนที่อยู่ในทางเดินอาหารส่วนอื่นจะถูกย่อย สลายได้เป็นกรดอะมิโนต่างๆ คือ กลูตามีน  ซีสเทอีน และไกลซีน ซึ่งสามารถนำมาสร้างเป็นกลูตาไธโอนได้ใหม่ภายในเซลล์

        กลูตาไธโอนช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส เนื่องจากมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการการสร้างเม็ดสีเมลานินของผิวหนัง ที่ถูกสร้างขึ้นในหนังกำพร้าชั้นล่างสุด โดยถ้าร่างกายมีกลูตาไธโอนก็จะสามารถยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ซึ่งมีหน้าที่ในการผลิตเมลานินและทำให้ผิวมีสีคล้ำ เพราะเมื่อเอนไซม์ Tyrosinase ถูกยับยั้งก็จะทำให้มีการสร้าง Pheonomelanin


บทบาทของกลูตาไธโอนต่อผิว
1. ยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน ทำให้ผิวขาวขึ้น จุดด่างดำลดลง  
2. เป็นแอนติออกซิแดนท์ (สารต้านอนุมูลอิสระ) ช่วยลดรอยหิวย่นและทำให้ผิวเรียบเนียนใส นอกจากนี้ กลูตาไธโอน จะสามารถทำงานได้ดีเมื่อมีวิตามินซีและวิตามินอีร่วมด้วย


วิตามินซี
         วิตามินซีมีความสำคัญต่อกระดูกเยื่ออ่อนและผิวหนัง กล่าวคือ วิตามินซีจะช่วยร่างกายในการผลิตและรักษาระดับของสารคอลลาเจน (Collagen) ซึ่งเป็นโปรตีนที่ใช้ในการสร้างกระดูกและฟัน เส้นเอ็นและผิวหนังที่กระจายอยู่ทั่วไปในโครงสร้างของร่างกาย


วิตามินซีกับความสวยความงาม 
         วิตามินซีสามารถป้องกันอันตรายจากแสงยูวี  หากเราทาวิตามินซีก่อนออกแดดจะสามารถลดปัญหาผิวไหม้ บรรเทาอาการอักเสบของผิวเมื่อถูกแสงแดด และพบว่าเมื่อทาร่วมกับวิตามินอีและครีมกันแดดที่มี Oxybenzone ก็จะสามารถป้องกันอันตรายจากแสงแดดได้ดีขึ้น ทั้งยังมีฤทธิ์ต้านการเกิดออกซิเดชั่น (Antioxidant) ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระที่เกิดจากความชราของผิวหนังได้เป็นอย่างดี โดยมีการทดลองทาวิตามินซีที่ใบหน้าเป็นเวลา 3 เดือน พบว่าทำให้เส้นริ้วรอยบางๆ จางหายไป ผิวหน้านุ่มเนียนขึ้น

         วิตามินซียังมีความโดดเด่นในการผูกใจคนรักสวยรักงาม คือ ท าให้เม็ดสีเมลานินจางลง กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต

ของผิวพรรณ ช่วยให้ผิวขาวขึ้นได้ในคนที่เป็นฝ้า กระ รอยดำ ส่งผลให้ผิวพรรณสดใสเรียบเนียนและมีสุขภาพดีขึ้น และยัง

ช่วยสมานแผล  


วิตามินอี
          วิตามินอีเป็นคำเรียกสารประกอบกลุ่มหนึ่งชื่อ โทโคฟีรอล (Tocopherol) ซึ่งมี 4 รูปแบบหลักๆ คือ แอลฟา (Alpha) เบตา (Beta) แกมมา (Gamma) และเดลตา (Delta) แต่แอลฟาโทโคฟีรอล (Alpha-tocopherol) เป็นชนิดที่พบมากที่สุด และออกฤทธิ์มากที่สุด วิตามินอีเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน ร่างกายจึงเก็บสะสมไว้ได้นาน


บทบาทของวิตามินอีต่อผิว 
-ปกป้องเยื่อบุเซลล์  
-เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยเปลี่ยนอนุภาคออกซิเจนที่ไม่เสถียรให้เป็นกลาง จึงไม่ท าลายเซลล์ของร่างกาย

-เป็นตัวช่วยไขกระดูกในการสร้างเลือด ช่วยขยายเส้นเลือด ต้านการแข็งตัวของเลือด ลดความสามารถในการจับตัวเป็นลิ่มเลือด 


 เอกสารอ้างอิง :
1. สถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์. มาตรฐานสมุนไพรเล่มที่ 3 ชุมเห็ดเทศ Senna alata (L.)Roxb. โรงพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก, กรุงเทพฯ. 2545

2. กองวิจัยและพัฒนาสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์กาแพทย์.คู่มือสมุนไพรเพื่อการสาธารณสุขมูลฐาน. Text and Journal Corporation กรุงเทพฯ 2531: 42.

3. J Ethnopharmacol 1990;29 : 337-340. 
4. J Ethnopharmacol 1995; 45: 151-156 
5. J Ethnopharmacol 2003; 84(1) : 1-4. 
6. Arjinpathana N, Asawanonda P. Glutathione as an oral whitening agent : A randomized, double-blind, placebo- controlled study, Journal of Dermatological Treatment 2010: 1:6.

7. มัณฑนา  ภานุมาภรณ์. Herbal Whitening Agents. ใน: มัณฑนา  ภานุมาภรณ์, บรรณาธิการ. Cosmetics for Aestheic and Health กรุงเทพฯ : ส านักพิมพืกรุงเทพฯเวชสาร ; 2552 : 107-130.

8. Witschai  A, Reddy S, Stofer B, et al. The systemic availability of oral glutathione : Effect on plasma concentration. American Journal of Physiology 1992;43:667-669.

9. Hagen TM, Wierzbicks GT, Sillau AH, et al. Bioavailability of dietary glutathione: Effect on plasma concentration. American Journal of  Physilogy –Gastrointestinal and liver Physiology 1990;259(4 22-4).

10. Vikram Sinai Talaulikar, Isaac T. Manyonda. Vitamin C as an antioxidant supplement in women's health: a myth in need of urgent burial, European Journal of Obstetrics & Gynecology and Reproductive Biology, Volume 157, Issue 1, July 2011, Pages 10-13

11. Jens J. Thiele, Swarna Ekanayake-Mudiyanselage.Vitamin E in human skin: Organ-specific physiology and considerations for its use in dermatology ,Molecular Aspects of Medicine, Volume 28, Issues 5–6, October–December 2007, Pages 646-667

12. Jay S. Trivedi, Steven L. Krill, James J. Fort. Vitamin E  as a human skim penetration enhancer ,European  Journal of Pharmaceutical Sciences, Volume 3, Issue 4, August 1995, Pages 241-243

*************************************
    Mr.Niran Komolwattana
Web Developer and Webmaster
        www.phu-nam.com
         www.niranja.com
      Mobile : 089-5089339 
         Fax : 02-7407688
*************************************
บทความใหม่กว่า บทความที่เก่ากว่า หน้าแรก

0 ความคิดเห็น: